เพื่อนพ้องทอมเมาเลยเสร็จซะ

ได้เสริม อาจจะไร้สติปัญญาพอที่จะอุปการะให้เรียนได้ดังใจแน่ ผมเลยตกลงใจ ที่จะหางานทำให้ได้ก่อน งานอะไรก็ได้ ไม่เกี่ยงงอนแล้วหล่ะ ขอให้มีรายได้ พอเพียงตั้งตัวได้ แล้วพอหลังจากนั้นก็ค่อยหาที่ศึกษาต่อ หรือไม่ก็เรียนไอ้ที่ไม่แพงมากมาย แล้วก็สามารถ เรียนไปด้วย ดำเนินงานไปด้วยก็ได้ …..อย่าง ที่ มสธ. ราวกับไอ้ขอดมันแหล่ะ ……………9 เดือนมกราคม ช่วงเวลาเย็นๆก่อนขึ้นรถ ผมโทรนัดหมายกับไอ้ขอดไว้ ว่าใกล้จะถึง กรุงเทวดาโดยประมาณ ห้านาฬิกาของวันที่ 10 เดือนมกราคม รวมทั้งวานมันมารับ ที่แพทย์ใกล้…..เพราะเหตุว่าผมไม่เคยรู้พื้นที่ที่จะไปห้องเช่าของมัน…….มันสัญญา……ผมก็เลยตกลงใจเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าสำหรับใส่สิ่งของเวลาเดินทาง เอาเฉพาะที่จำเป็นต้องจริงๆกะว่าพอใช้ที่อยู่แน่ๆเป็นหลักแหล่งแล้ว ค่อยกับ ชนบทไปเอามาเพิ่ม….จะได้ไม่รุงรัง …….

แล้วก็แล้ว รุ่งสว่างของ วันที่ 10 มกราคมผมก็เดินทางสู่เมืองรุ่งเรือง จังหวัดกรุงเทพมหานครจนได้ … เมื่อรถยนต์ถึงแพทย์ใกล้ ผมเดินเที่ยวแถบท่ารถเมล์ ขสมก. อยู่พักนึง ก่ะว่าให้สว่างกว่านี้หน่อยค่อยโทรไปพบไอ้ขอดมัน เกรงอกเกรงใจมัน มันบางครั้งก็อาจจะยังไม่ตื่นก็ได้……ผมเดินอยู่บริเวณนั้น หาอะไรรับประทานนิดๆหน่อย จนกระทั่ง เจ็ดนาฬิกากว่าๆผมตกลงใจ โทรศัพท์หาไอ้ขอด………… “ไม่มีสัญญาณตอบรับจากลำดับที่ที่ท่านเรียก” เสียงเพศหญิงใสๆตอบจากโทรศัพท์ สามสี่ครั้งที่ผมโทรไป ……ผมรอเวลาอีกพัก ก่ะว่า มันคงจะยังไม่ตื่น เลยมิได้เปิดเครื่อง….. แปดนาฬิกากว่าๆผมโทรอีก ก่ะว่าตอนนี้มันคงจะตื่นและก็เข้าไปดำเนินงานที่ร้านค้าแล้วหล่ะ………เสียงสัญญาณดังขึ้น…..ผมชอบใจ…ไม่ตกต่ำแล้วพวกเรา…..มีเสียงสตรีแก่ๆรับสาย พูดว่า “ลื้อจาโทหาคาย” ผมตอบ “ขอสายไอ้ขอดขอรับ ผมเป็นเพื่อมันมาจากบ้านนอก” อาซิ้มแก่ ตอบกลับมาว่า ” อาขอดอีม่ายอยู่แล้ว….เมื่อคืนนี้..ตังหรวดมาจับอีขว้างย พูดว่าอีอ่ะ … เข้าไปลักขโมยของ ที่โฮเต็ลรักใคร่…มีอาจจำหน้าอีได้….ป่านี้ คงจะนอนหงายเก๋งอยู่ด้านในห้องขังแล้วหล่ะ” ผมตระหนกตกใจพลางถามถัดไปว่า “แล้วไอ้ขอดมันโดนจับอยู่สถานีตำรวจไหนขอรับ” อาซิ้มตอบ “อั๊วม่ายมั่นใจ ลื้อทดลองไปถามที่ สถานีตำรวจพญาไท หรือไม่ก็ประชากรชื่นก้อร่ายเพียงนี้น้าอั๊วจะจัดของ” ………..จบเสียงอาซิ้ม ผมงงงันมากมายจะเอายังไงดี ดวงใจหนึ่งก็เป็นห่วงไอ้ขอดมัน….อีกดวงใจก็เป็นห่วงตนเองว่า จะทำยังไงดี ผู้ที่รู้จักที่อยู่แถวกรุงเทวดา ก็มิได้ตระเตรียมที่ติดต่อสำรองไว้…..โอ้ยโชคไม่ดีจริงข้า
ผมเดินไปเดินมาอยู่แถวแพทย์ติด จนถึงใกล้เที่ยงตรง ….ไอ้การที่จะนั่งรถยนต์กลับไปอยู่บ้านก็อย่างไร….ผมตกลงใจ นั่งคอยที่วิถีทางหยุดรถเมล์ขาเข้า จากจังหวัดของบ้านตนเอง….เผื่อจะมีคนรู้จักกัน…เดินทางเข้ามากรุงเทวดาบ้าง…..คันแล้วคันเล่า…..ไม่มีผู้ใดที่ผมรู้จักโผล่หน้ามาให้มองเห็นเลย…….ผมมองตังค์ในกระเป๋าซึ่งหลงเหลืออยู่ไม่ถึงสามร้อยบาท…..คิดเทียวไปเทียวมา ว่าถ้าหากอยู่ต่อ จนกระทั่งตังค์หมดจะทำยังไงนี่….ผมตกลงใจ…กลับดียิ่งกว่า ค่อยมาใหม่แล้วกัน…ครั้งหน้าเอาตังค์มาไม่น้อยเลยทีเดียวเผื่อประสบเจอกับปัญหาแบบงี้ …ดีเสียอีกจะได้เอาข่าวสารไอ้ขอดจำคุกไปบอกเครือญาติๆมันที่บ้านด้วย…….ผมเดินข้ามฝั่งจากโซนขาเข้ามายังโซนขาออก..แล้วเดินตรงดิ่ง มาที่ช่องจัดจำหน่ายตั๋ว….ซึ่งมีคนตั้งแถวรอซื้อตั๋วอยู่สาม-สี่ คน….ผมยืนคอยแถวขยับอยู่พักนึง ก็มีคนมาต่อแถวต่อจากผม ผมมิได้หันไปมองดูแต่ว่าได้ยินเสียงคุณพูดโทรศัพท์ เป็นเสียงหญิงห้าวๆสั้นๆสำเนียงคุ้นๆ…… ผมหันไปมองดู….ผมจำเป็นต้องตกอกตกใจผสมชอบใจ…ด้วยเหตุว่าไอ้ผู้ครอบครองเสียงนั้นเป็น อีอ้อม สาวทอม บ้านเดียวกันกับผม ผมเพ่งมองคุณอยู่นาน มองเห็นคุณแปรไปเยอะแยะ มองแต่งตัวดียิ่งขึ้น ขาวสะอาดขึ้น ไว้ผมทรงบ๊อบ สั้น แล้วรวบปลายผมทั้งสองข้างไว้ข้างหลัง กระทั่งมองเห็นใบหูขาวนวลได้อย่างแจ่มแจ้ง ด้านข้างตัวคุณผมมองเห็นน้อง นิด เด็กผู้หญิงรุ่นน้องบ้านเดียวกัน ที่จริงแล้วคุณเป็นญาติห่างๆกับผมแหล่ะ ยืนประสานมืออยู่กับอีอ้อมแน่น ผมจำไม่ผิดแน่ …….. ผมตกลงใจรอคอยให้อีอ้อมวางหูแล้วหันกลับไปทักทั้งคู่ว่า ….. “นี่อ้อม รึเปล่า ….พวกเรา มด น่ะ นึกออกป่ะ …” อีอ้อม ผงกศีรษะขึ้นลงสองสามครั้ง แล้วถามคำถามว่า “มรึง!!!ไปไหนมาหรอ ไม่รู้จักน่ะว่ามรึง!!!อยู่กรุงเทวดา” พวกเราทั้งคู่พากันออกมาจากแถว แล้วเสวนากันอยู่พักนึง กระทั่งรู้ดีว่า อีอ้อมมันมาส่งน้องนิดกลับไปอยู่ที่บ้านด้วยเหตุว่าจำต้องกลับไปดูแลบิดาที่ป่วยไข้ ส่วนตัวผมก็เล่าราวให้อีอ้อมฟัง รวมทั้ง ก็ขอไปอาศัย หอพักของมันนอน สักคืนสองคืน ในระหว่างหางานทำ …..มันก็โอเค….. มันพูดว่า อยู่ได้ เพราะว่าขณะนี้ น้องนิดของมันไม่อยู่ และอาจจะอีกนับเป็นเวลาหลายวันกว่าจะกลับ
ผมชอบใจสุดชีวิต ราวกับฟ้าประทาน ที่พึ่งพิงยามยาก มาให้เจอ ผมนั่งแทกซี่กลับพร้อมอีอ้อม ในระหว่างนั่งรถยนต์กลับ ผมว่าอีนี่เป็นเอามาก ทำนองว่า ตัวมันเป็นหญิง…แต่ว่าหัวใจ แล้วก็นิสัย มันมากกว่าชายเสียอีก มันเล่าให้ฟังว่า มัน ปฏิบัติงานเป็นการด (คงจะราว รปภ.) อยู่ผับแถวรัชดา รอเก็บแขกเพศหญิง ที่ทำท่าจะมีปัญหา ไม่ยินยอมจ่าย เมาบ้า หรือตบตีกัน …… รายได้ก็เล็กๆน้อยๆไม่มากมาย แม้กระนั้นที่ได้มากก็ทิปพิเศษ จากแขกประจำ…ที่วันๆหนึ่งได้ไม่ต่ำยิ่งกว่า เจ็ด แปด ร้อยบาท ……. ผมพอใจงานที่มันทำอยู่มากมาย ….แล้วก็มันก็สัญญาว่าจะทดลองถามๆมองให้ ว่าเค๊าอยากบ๋อย หรือ คนโบกรถยนต์แขก รึเปล่า งานแบบงี้ มันจำเป็นต้องเบาๆไต่เต้าไป ขอให้ตั้งมั่นปฏิบัติงาน ไม่คดโกง เอาอกเอาใจแขกเก่งๆสักครู่ดีแล้วเอง ………..ผมยิ้มอยู่ในใจ……..และฝันกลางวันถึงรายได้สวยๆวันละ ซัก ห้า- หกร้อย เท่านี้ก็ยอดเยี่ยมของผมแล้ว

แทกซี่วิ่ง มาได้แทบๆชั่วโมง พวกเราก็เดินทางมาถึงบ้านพัก …… มันเป็นคอนโดสูง โดยประมาณ 5 ชั้นได้ อยู่เขตรัชดาโน่นแหล่ะ……ขณะ ที่เดินขึ้นบันไดเพื่อจะไปยังหอพัก ซึ่งอยู่ชั้น สาม อีอ้อมก็ชี้ให้ผมมองผับ…สถานที่สำหรับทำงานของมัน…มันอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากสักเท่าไรนัก………….และก็คอนโดนี้ ผู้ที่พักตรงนี้ ส่วนมากก็จะดำเนินงานที่ผับโน่น…มีอีกทั้งการด บ๋อย เด็กเสริฟ สาวออฟ คนเชียร์แขก นักเล่นดนตรี นักร้อง พ่อครัว กุ๊ก นักการภารโรงจนกระทั่งถึงผู้ครอบครองเลยหล่ะ ที่เค๊าอาศัยกันอยู่บนนี้ ……… พวกเราทั้งสองเดินขึ้นบันไดมา แล้วก็ ผ่านมาตามทางเดิน แต่ละห้องที่เดินผ่านมองเงียบยังก่ะไร้คนอยู่ ..อีอ้อมหันมาบอก “แบบนี้แหล่ะ ตรงนี้อ่ะ มันก็แค่ที่ซุกหัวนอน ………….ค่ำคืนปฏิบัติงาน กว่าจะเลิกก็สามนาฬิกา ตีสี่ ช่วงเวลากลางวันก็นอนกัน….จะตื่นกันอีกครั้งก็ ห้านาฬิกาเย็นกว่าๆจัดแจงเข้างานโดยประมาณทุ่ม …..ช่วงกลางวันแบบนี้เลยมองเฉยๆ…..นี่ถึงห้องแล้ว…” อีอ้อมพาผมเข้าห้อง อย่างไม่เก้อเขิน ภาวะห้องมองเรียบร้อยดี ” นี่คุณยายนิดไม่อยู่ยาวนานหลายวัน ไม่เคยทราบ..กว่ามันจะกลับมาภาวะห้องจะสะอาดเรียบร้อยอย่างงี้หรือไม่ ก็ไม่รู้จัก อย่างไรก็ช่วยๆกันรักษาความสะอาดแล้วกัน ฉันขี้กียจ ให้ภรรยากลับมาด่าทอ” อีอ้อมมันพร่ำบ่นให้ฟัง แล้วชี้ไปที่มุมโซฟา แล้วกล่าวว่า “มรึง!!!นอนนั่นแล้วกัน นอนพักก่อน ตามอัธยาศัยน่ะ ห้องอาบน้ำอยู่ตรงโน้น ที่ม่านกันน่ะที่พักผ่อนข้ากับภรรยา เดี๋ยวนี้เราขอนอนพักก่อน มีเวลาอีกสองสามชั่วโมง ก่อนเข้างาน ต้องการรับประทานอะไรก็ ในตู้แช่เย็นมี หรือถ้าหากมรึง!!!ต้องการกินข้าวก็ลงไปใต้คอนโด เค๊ามีขาย กุญแจห้องห้อยอยู่ที่ประตู ถ้าหากออก ไปก็ล๊อคกุญแจให้เราด้วย ประเดี๋ยวของหาย ฉันไปนอนหล่ะ” ………. พูดเชือนแชร็จอีอ้อมก็ ลอดตัวเข้าไปในม่าน ซึ่งมีเตียงนุ่มๆอยู่ข้างใน ไม่เกินห้านาที ผมก็ได้ยินเสียงมันกรน ดัง คร๊อก…ฟี๊….เฮ้อ หลับง่ายจังอี่นี่ ….ส่วนผม เดินทางมา ยุ่งๆตลอดคืน รู้สึกง่วงหงาวหาวนอนเช่นเดียวกัน เลยล้มตัวนอน ตรงโซฟา แล้วเปิดโทรทัศน์ดูกรยการข่าวสารได้พักนึงก็เผลอหลับไป…………………….
ผมมารู้สึกตัวตื่นอีกครั้ง…ก็อีในขณะที่อีอ้อม มันเอาเท้า มาเขี่ย แถวขาผม ……ทำนองว่าจะสะกิดให้ผมตื่น …ผมลืมตาขึ้นรวมทั้งผลักตนเองลุกขึ้นยืนนั่ง มองเห็นอีอ้อม กำลัง ก้มๆแหงนหน้าๆอยู่เก้าอี้ข้างโซฟาที่ผมนอน มันกำลังผูกเชือกรองเท้า แล้วหลังจากนั้นก็บ่นว่า “ฉันสายแล้วเนี่ยะ…..อย่างไรมรึง!!!หาอะไรรับประทานก่อนน่ะ ด้านล่างมีขาย….มิได้ดูแลเลยหว่ะ….ฝากห้องด้วยน่ะ…..” พูดเฉไฉร็จอีอ้อม ก็ พรวดพราดออกห้องไป ผมหันไปดูนาฬิกา มีความคิดเห็นว่ามันอาจจะสายของมันจริงอ่ะ เพราะว่านี่มัน จะสองทุ่มแล้วหล่ะ……..

ผมดำเนินชีวิตคืนแรกในกรุงเทวดาแบบผู้เดียวเปล่าเปลี่ยว หัวใจ ด้านในห้องเช่าของ อีทอม คนพื้นเพเดียวกัน ภายหลังที่ลงไปพบอะไรรับประทาน เป็นมื้อเย็น ข้างล่างคอนโด ผมกลับขึ้นมานอนเล่นต่อ บนห้อง ดูโทรทัศน์ ไป นอนเล่นไป …… และก็เผลอหลับไป….อีก ……มาตื่นอีกครั้งก็ในเวลาที่อีอ้อมมันเลิกงานแล้ว…….มันกลับมาพร้อมด้วยคำพร่ำบ่นตามประสาปัญญามเคย “ไอ้ห่าเตี้ยเอ้ย….มักจะทำลายบรรยากาศ คนกำลังเริ่มจะมีความสบาย คนเค๊าจะหาเลี้ยงชีพอย่างบริสุทธิ์ …. มัน จะมาตรวจอะไรหนักหนาว่ะ…ห่วย …ๆ….ๆตรวจแบบนี้ แขกหนีหมด” ผมตกอกตกใจตื่นหันไปถามมันว่า “อะไรของมรึง!!!ว่ะ” มันตอบ “ก็บิดามรึง!!!สิ มาตรวจปัสสาวะ ตรวจบัตรอีกแล้ว อาทิตย์นี้ มันมาสามครั้งแล้วน่ะว้อย แบบนี้ ถัดไปแขกไม่มาแน่” พูดเชือนแชร็จมันก็มาจับผมลุกขึ้นยืน แล้วบอก ” ป่ะ ป่ะ แต่งตัว ไปดื่มเหล้ากันด้านล่าง ที่ห้องกัปตัน จะได้ชี้แนะให้รู้จัก จะฝากงานให้” ผมดีอกดีใจเมื่อได้ยินเรื่องฝากงาน รีบแปลงจากกางเกงที่มีขาสั้นเป็นกางเกงยีนส์ ขายาวสีดำตัวโปรด ………….

อีอ้อมชี้แนะผมให้เพื่อนพ้องๆสถานที่สำหรับทำงานได้ทราบจะ มีทั้งๆที่เป็น บ๋อย นักเล่นดนตรี สาวออฟ รปภ. และที่สำคัญเป็นกัปตัน ….ซึ่งเอ็งคุยกับผมดีเลิศ…ชี้แนะทุกเรื่องทำนองว่าจะรับผมเข้าทดลองงานราวนั้น …ซึ่งผมก็เชื่อตามที่เอ็งเสนอแนะทุกสิ่ง ….. พวกเรานั่งกินกันตั้งแต่ หนึ่งนาฬิกาเศษๆไม่มีท่าทีว่าจะเมาเลย คุยบันเทิงใจตลกขบขัน เย้าแหย่กันไป เย้าแหย่กันมา จนกระทั่งผมเริ่มมองเห็นถึงทางสว่าง สำหรับในการทำงานตรงนี้ เพราะเหตุว่าผมกับพี่ๆได้ทุกคน นี่จะต้องขอขอบพระคุณ อีอ้อม คนดีของผม ที่ในช่วงเวลานี้มองมันจะดื่มมากกว่าเพื่อน น่าจะฉวยโอกาสปล่อย เนื่องจากว่ามองเห็นพี่ๆเค๊าล้อเลียนกันว่า ตอนที่คุณยายนิดอยู่อ่ะน่ะ ไม่เคยไปสังสรร กับเพื่อนพ้องๆเลย นอนกกภรรยาอยู่แต่ว่าในห้อง ซึ่งถ้าเกิดจะจริงของพี่ๆเค๊าหล่ะ …….. งานกินเลี้ยงย่อมมีวันเลิกลา …ภายหลังที่คนไม่ใช่น้อย ขอตัวแยกย้ายกลับห้องไปนอน ….. เหลือแค่ผมกับพี่กัปตันนั่งดริ้งกันต่ออย่างพองๆช้าๆ( ด้วยเหตุว่าเมากันมากมายแล้วทั้งสอง ) โดยมีอีอ้อมเมาฟุ๊บ อยู่ด้านข้างวง …ผมก็เลยฉวยโอกาสลาพี่กัปตัน กล่าวว่า เผื่อพี่จะพัก …..แล้วประคองอีอ้อมยืนขึ้นอย่างทุลักทุเลพอสมควร ……..

เมื่อถึงห้อง…….ผมประครอบครองอีอ้อมซึ่งช่วงนี้เมาไม่ได้สติ เข้าไปวางบนเตียงของมัน … ตัวมันหนักพอสมควรเลย ก็ลองคิดดู คนสูงแทบๆ165 เซนติเมตรเจ้าเนื้อนิดๆรวมทั้งขาดสติออกแบบงี้ …. กว่าจะวางตัวมันบนเตียงได้อย่างไม่ล้มทั้งสอง ผมคิดอยู่ตั้งนาน ว่าจะวางมันท่าไหนดี ท้ายที่สุดก็มาจบเอาอีท่า หงายท้องนี่หล่ะ ผมเลือกวางข้างหลังมันลงไปตรงๆบนขอบเตียง ซึ่งท่านี้เองที่มันเป็นเหตุ ให้ไอ้เด็กชนบทอารมณ์เปลี่ยวอย่างผมเกิดอารมณ์ทางเพศ หงี่ขึ้นมา ….คุณลองคิดดูว่า การที่เพศหญิง ทำท่าแอ่นเสมือนๆกับท่าสะพานโค้งอ่ะ ไม่ว่าจะเป็นทอม หรือดี้ หรือ สาวสดแบบไหน มันแน่ๆว่า ส่วนโค้งส่วนเว้า ต่างๆมันย่อม เสนอตัวมันเองโดยธรรมชาติ ผมเพ่งอยู่พักนึง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงจิ๋มของมัน มันอูมมากมาย ราวๆฝ่ามือผมได้ …. หัวใจผมเต้นอย่างมาก…….ผมหันไปที่ประตูซึ่งในช่วงเวลานี้ยังมิได้ปิด……แล้ววางอีอ้อมไว้บนเตียง โดยให้นอนตั้งฉากกับแนวยาวของเตียง แล้วปลดปล่อยขาแขวนลง ….. ผมเดินไปปิดล๊อคประตู……….แล้วเดินกลับมาที่เตียง……ผมควบคุมสติเขย่าอีอ้อม…..แล้วเรียก…..เพื่อทดลองว่ามันเมาหลับสบายแคไหน…..มันไม่ตื่น ไม่สนองตอบ…….ผมเตรียมพร้อมถอดเสื่อผ้าตนเองออก…..ท่อนเนื้อของผมเริ่มสู้….เมื่อแลเห็นเนินเนื้อตรงส่วนจิ๋มของอีอ้อม หากแม้มันจะถูกหุ้มห่อด้วยกางเกงผ้ายืดสีดำ แต่ว่าด้วยท่านอน แบบงั้น มันอีกทั้งรั้ง อีกทั้งรัด ให้มองเห็น รอยแยกของเนินจิ๋มได้อย่างเห็นได้ชัด…….ผมไม่รอคอยช้า…….มือขวาของผม เอื้อมมาจับสาว ท่อนเนื้อของตนเอง อย่างอัตโนมัติเหมือนกับ เป็นการปลอบโยนให้รู้ดีว่า อีกไม่นาน เจ้าจะได้ลิ้มรส ของกินโปรดที่เจ้าติดอกติดใจ…..ส่วนมือซ้าย…ผมเอื้อมไปปลดตาขอที่กางเกงผ้ายืดของอีอ้อม….แล้วรูดซิบลงอย่างช้าๆ…กระทั่งสุด…ต่อจากนั้นผมล่ะมือขวาจากท่อนเนื้อ มายังขอบกางเกงผ้าของอีอ้อม แล้วบรรจงถอดมันออกเบาๆมันหลุดออกมาไม่ยากเท่าไรนัก แล้วหันเหวี่ยงมันไปที่โซฟา…..แล้วจิตใจผมก็จำต้องเต้นระทึกอีกรอบเมื่อ มองเห็นเนินเนื้ออูม ภายใต้กางเกงชั้นในลายดอกไม้สีขาว หลังจากถอดผูกมัดชั้นนอกออกแล้ว มันช่างสวยอย่างยิ่ง ความอูมใหญ่ ที่ถูกบังด้วยกางเกงผ้า และก็ จริตอย่างเพศชายของอีอ้อม มันเผยโฉมที่จริงจริงของมันออกมาแล้ว ผมก้มตัว เอาปลายจมูกสัมผัส ตรงล่องเนินเนื้อสรวงสวรรค์ เบาๆเพื่อสัมผัสกลิ่นอาย ที่จริงจริงของมัน มันช่างหอมตลบอบอวลเย้ายวนให้ลิ้มรสอย่างมาก ถึงช่วงนี้ผมไม่สนใจ เต้าเนื้อข้างบนของอีอ้อมเลย เพราะเหตุว่ามันมองแบนราบ แล้วก็คงเช็ดบบีบด้ว

เครดิต : หนังโป๊ แหล่งรวมหนังโป๊ มีให้ดูฟรีตลอด24ชม.ต้องที่นี่ www.Xxx-fap.net